เผยเพร่ผลงานแผ่นพับชั้นอนุบาล 2
Untitled Document

โปรดอ่าน! กรุณาอย่านำไฟล์ที่ฝากไว้ที่อื่นมาวาง link ในนี้ เพราะ เว็บที่รับฝากไฟล์อาจมีข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก ท่านสามารถ Upload ไฟล์ในขณะโพสต์ได้ โดยเลือกที่ +ตัวเลือกเพิ่มเติม ที่อยู่ด้านล่าง และเลือกไฟล์ที่ต้องการ (1 ไฟล์/1 โพสต์) ระบบจะแสดงไฟล์ของท่านให้เพื่อนสมาชิกคลิ๊กได้เอง

ผู้เขียน หัวข้อ: เผยเพร่ผลงานแผ่นพับชั้นอนุบาล 2  (อ่าน 2740 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

krunoung

  • บุคคลทั่วไป
เผยเพร่ผลงานแผ่นพับชั้นอนุบาล 2
« เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2010 เวลา 10:54:35 AM »

รายงานผลการจัดประสบการณ์


โดยใช้นิทานคำคล้องจองเพื่อพัฒนาทักษะภาษา


ด้านการฟังและการพูด


ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2


โรงเรียนบ้านเกี๋ยงใต้  อำเภอเทิง


สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาเชีนงราย เขต  4


 



 


ชื่อผู้ศึกษา   นางคนึง      ธรรมโชติ


ครูประจำชั้นอนุบาลปีที่  2


 


 


 


 


 


 


ความมุ่งหมายของการศึกษา


การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลการใช้คู่มือการจัดกิจกรรมนิทานคำคล้องจองที่มีต่อความสามารถด้านการฟัง การพูดและการสื่อสารของเด็กปฐมวัย ดังนี้


1. เพื่อศึกษาความสามารถทางภาษาด้านการฟังการพูดและการสื่อสารของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรมด้วยนิทานคำคล้องจอง


2. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางภาษาด้านการฟังและการพูดของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมด้วยนิทานคำคล้องจอง


ขอบเขตของการศึกษา


                ขอบเขตด้านประชากร


                ประชากรที่ศึกษา คือ เด็กปฐมวัยมีอายุระหว่าง5-6 ปีซึ่งเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านเกี๋ยงใต้ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 19 คน  แยกเด็กชายจำนวน  7  คน  เด็กหญิง  12  คน



            ขอบเขตเนื้อหา


                การศึกษาครั้งนี้ศึกษาทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูดของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ด้วยนิทานคำคล้องจอง ซึ่งมี 12 หน่วย นิทานคำคล้องจอง 12 เรื่อง






















































หน่วยที่ 1 ก้าวใหม่


ในโรงเรียน



นิทานคำคล้องจอง


โรงเรียนของหนู



หน่วยที่ 2 เพื่อนใหม่



นิทานคำคล้องจอง


 ฉันและเพื่อน



หน่วยที่ 3  ตัวเรา



นิทานคำคล้องจอง


เด็กหญิงน้ำฝน



หน่วยที่ 4  ผลไม้



นิทานคำคล้องจอง ผลไม้



หน่วยที่ 5  ปลอดภัยไว้ก่อน



นิทานคำคล้องจอง


 หนูแดงจอมซน



หน่วยที่ 6 สัตว์เลี้ยง



นิทานคำคล้องจอง


หมาของโต



หน่วยที่ 7 บ้านน่าอยู่



นิทานคำคล้องจอง


ครอบครัวแสนสุข



หน่วยที่ 8 ชุมชน



นิทานคำคล้องจอง


ชุมชนของหนู



หน่วยที่ 9  ผัก



นิทานคำคล้องจอง


หนูนัท



หน่วยที่ 10 กินดีมีสุข



นิทานคำคล้องจอง


ฟันของหนูไก่



หน่วยที่ 11  วันแม่



นิทานคำคล้องจอง แม่



หน่วยที่ 12  กลางวันกลางคืน



นิทานคำคล้องจอง


 กลางวันกลางคืน



ขอบเขตตัวแปร


ตัวแปรอิสระ  คือ   การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยใช้นิทานคำคล้องจอง


ตัวแปรตาม     คือ    ทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูระยะเวลาเวลาที่ใช้ในการศึกษา


                การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 24 พฤษภาคม – 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553 รวมเป็นเวลา 12 สัปดาห์ๆละ 3 วัน คือ  วันจันทร์  วันพุธ  วันศุกร์  วันละ  20  นาที


กรอบแนวคิดในการศึกษา











การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยใช้นิทานคำคล้องจอง




                การศึกษาผลการใช้คู่มือการจัดกิจกรรมนิทานคำคล้องจองเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 กำหนดกรอบแนวคิดในการศึกษาได้ดังนี้











ทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด




               


 


 


 


นิยามศัพท์เฉพาะ


เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ใน  ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านเกี๋ยงใต้ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ปีการศึกษา 2553


                นิทานคำคล้องจอง หมายถึง เอกสารที่จัดทำขึ้นสำหรับครูใช้จัดกิจกรรมนิทานคำคล้องจองเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 2 ที่ได้จัดทำขึ้น ซึ่งมี 12 หน่วยการเรียนรู้ และนิทานคำคล้องจอง 12 เรื่อง


 



สรุปผล


          1. ทักษะทางภาษาด้านการฟัง และการพูดของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 2  หลังการจัดกิจกรรมด้วยคู่มือการจัดกิจกรรมนิทานคำคล้องจอง พบว่า ค่าเฉลี่ยโดยรวมทุกด้านในระดับดี (ค่าเฉลี่ย 2.64) และทุกด้านมีค่าเฉลี่ยหลังเรียนอยู่ในระดับดี โดยด้านการฟังและด้านการพูดสื่อสาร  มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (ค่าเฉลี่ย 2.80) รองลงมา คือด้านการพูด (ค่าเฉลี่ย 2.70 ซึ่งน้อยที่สุด


                2. ผลการเปรียบเทียบทักษะทางภาษารวมทุกด้านก่อนและหลังการจัดกิจกรรมด้วยนิทาน             คำคล้องจอง พบว่าทักษะทางภาษารวมทุกด้านหลังการจัดกิจกรรมอยู่ในระดับดี (ค่าเฉลี่ย 2.77) สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม ซึ่งอยู่ในระดับพอใช้ (ค่าเฉลี่ย 1.62) มีค่าผลต่าง หรือค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.14 (ร้อยละ 38.15) และเมื่อพิจารณาในแต่ละด้าน คือ ด้านการฟัง และการพูดพบในลักษณะเดียวกันคือ ทุกด้านมีค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียนและเมื่อทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย  ก่อนเรียน-หลังเรียน พบว่าค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1  ทั้งในทักษะทางภาษารวมทุกด้าน ทักษะด้านการฟังและทักษะด้านการพูด